นวัตกรรมคืออะไร
นวัตกรรมหมายถึง รูปแบบใหม่ ๆ ของสื่อ/ เทคนิควิธี/ กิจกรรม
นวัตกรรมมีกี่ปะเภท อะไรบ้าง
การจำแนกนวัตกรรม อาจจำแนกได้ดังนี้
1) จำแนกตามผู้ใช้ประโยชน์โดยตรง
ประเภทสื่อสำหรับครู ประเภทสื่อสำหรับนักเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้
เอกสารประกอบการสอน
ชุดการสอน (สื่อประสม)
หนังสืออ้างอิง เครื่องมือวัดผล
อุปกรณ์โสตทัศนวัสดุ บทเรียนสำเร็จรูป
เอกสารประกอบการเรียน
ชุดฝึกปฏิบัติ ใบงาน แบบฝึก
หนังสือเสริมประสบการณ์
ชุดเพลง ชุดเกม การ์ตูนเรื่อง
2) จำแนกตามลักษณะของนวัตกรรม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
2.1 ประเภทเทคนิควิธีการหรือกิจกรรม เช่น บทบาทสมมุติ การสอนเป็นคณะ การสอบแบบศูนย์การเรียน การเรียนเพื่อความรอบรู้ การสอนโดยใช้พี่เลี้ยง การเรียนตามความสามารถ การศึกษาเป็นรายบุคคล รูปแบบการฝึกทักษะการทำงานกลุ่ม การสอนความคิดรวบยอดด้วยวิธีสอนอุปนัยและนิรนัย ฯลฯ
2.2 ประเภทสื่อการเรียนการสอน เช่น บทเรียนสำเร็จรูป ชุดการสอน ชุดสื่อประสม บทเรียนโมดูล วิดิทัศน์ สไลด์ประกอบเสียง แผ่นโปร่งใส เกม เพลง ใบงาน บทเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
จะใช้อะไรเป็นหลักในการเลือกนวัตกรรม
การจะเลือกนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม ครูผู้สอนจำเป็นจะต้องศึกษา หาความรู้ในเรื่องต่อไปนี้
1) หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถเลือกนวัตกรรมมาใช้ได้สอดคล้องกับความสนใจและธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียนในแต่ละวัย
2) ทฤษฎีและหลักการสอน เพื่อนำมากำหนดเทคนิควิธี หรือกิจกรรม หรือสื่อ การเรียนการสอนได้สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชา
3) ชนิดและประเภทของนวัตกรรม เพื่อให้สามารถเลือกมาใช้ได้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่ต้องการแก้ไข
ตัวอย่าง
จากปัญหาและแนวทางแก้ไขที่ระบุไว้ นำมากำหนดนวัตกรรมที่จะสร้างหรือพัฒนาขึ้นในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้
ปัญหา : นักเรียนขาดทักษะการทำงาน
แนวทางการแก้ไข
• ฝึกวิเคราะห์งาน (แจกแจงรายละเอียดของงานที่ต้องทำว่ามีอะไรบ้าง)
• ฝึกจัดลำดับขั้นตอนการทำงาน
• ฝึกเขียนแผน/ โครงการทำงาน
• ให้ความรู้และฝึกการใช้เครื่องมือ
• ฝึกให้ทำงานตามแผน/ โครงการที่เขียน
• ฝึกให้ประเมินและปรับปรุงงาน
• ฝึกคิดคำนวณค่าใช้จ่าย วิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การใช้ทรัพยากรและความคุ้มค่า
• ปลูกฝังลักษณะนิสัยและค่านิยมที่ดีในการทำงานสอดแทรกทุกขั้นตอนการปฏิบัติ
นวัตกรรมที่จะใช้
ได้แก่ เทคนิควิธีการสอนเพื่อฝึกทักษะกระบวนการทำงาน ซึ่งจะทำออกมาในรูปของแผนการจัดการเรียนรู้ หรือคู่มือการจัดกิจกรรม ประกอบด้วยสื่อต่าง ๆ เช่น ใบงาน ใบความรู้ ฯลฯ
การออกแบบนวัตกรรม
เมื่อเลือกนวัตกรรมที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องกำหนดโครงสร้างของนวัตกรรมให้ชัดเจนเพื่อเป็นกรอบในการสร้าง
โครงสร้างสำคัญ ๆ ของนวัตกรรมมีอะไรบ้าง
1. วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม เป็นการระบุเฉพาะวัตถุประสงค์หรือผลที่ต้องการให้เกิดขึ้นโดยตรงจากนวัตกรรมที่สร้างขึ้นเท่านั้น และจะต้องเป็นวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มุ่งตรงต่อการแก้ไขปัญหาหรือข้อบกพร่องของนักเรียนในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริง มีความเป็นรูปธรรมสามารถวัดได้
2. ลักษณะหรือส่วนประกอบของนวัตกรรม เช่น ถ้าเป็นนวัตกรรมประเภทเอกสารจะต้องร่างเค้าโครงให้ชัดเจนก่อนว่าในเอกสารนั้น จะมีสาระสำคัญอะไรบ้าง จะนำเสนออะไรก่อนหลัง วิธีการนำเสนอเป็นแบบใดและโดยภาพรวมของเอกสารจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งจะนำเสนอส่วนประกอบของนวัตกรรมบางชนิด ดังนี้
คู่มือ
การเขียนคู่มือมีแนวการเขียนได้หลายแบบ สิ่งสำคัญคือต้องเขียนให้ผู้อ่านศึกษาแล้วสามารถปฏิบัติได้และบรรลุวัตถุประสงค์ของสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นได้ดี โดยรวม ๆ คู่มือจะมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. วัตถุประสงค์ของคู่มือ
2. หลักการ/ แนวคิดที่นำมาใช้
3. กระบวนการปฏิบัติ/ ขั้นตอน/ กิจกรรม
4. แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติในข้อ 3
เอกสารประกอบการสอน
1. คำนำ
2. วัตถุประสงค์
3. จำนวนบท/ ตอน/ หน่วย ในแต่ละบท/ ตอน/ หน่วย จะกล่าวถึง
• จำนวนคาบ
• จุดประสงค์การเรียนรู้
• สาระการเรียนรู้
• กิจกรรมและสื่อการเรียนรู้
• แบบฝึกหัด
เอกสารประกอบการเรียน
1. คำนำ
2. หน่วยการเรียนรู้ โดยในแต่ละหน่วยจะกล่าวถึง
• จุดประสงค์การเรียนรู้
• สาระการเรียนรู้
• กิจกรรมสำหรับฝึกปฏิบัติ
• สรุปท้ายหน่วย
• แบบฝึกหัด
บทเรียนสำเร็จรูป
1. ทบทวน/ นิยามศัพท์
2. จุดประสงค์
3. สถานการณ์/ สาระการเรียนรู้และมีคำถามให้ตอบประกอบในแต่ละสถานการณ์/
สาระ
4. บทสรุป
5. แบบทดสอบท้ายบท
ชุดการสอน
จะใช้สื่อผสมหลายทาง เช่น
1. คู่มือครู
2. บทเรียนโมดูลหลายโมดูล
3. แบบฝึก
4. อุปกรณ์โสตทัศนศึกษา
5. แบบทดสอบ
ชุดแบบฝึก
เป็นสื่อใช้ฝึกทักษะการคิด การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการปฏิบัติของนักเรียน
1. จุดประสงค์
2. ทบทวนกฎเกณฑ์
3. เสนอตัวอย่าง
4. แบบฝึก
5. เฉลย/ อธิบายเพิ่มเติม
การสร้างนวัตกรรมจะต้องคำนึงถึงหลักการและแนวคิดสำคัญ ๆ อะไรบ้าง
การสร้างนวัตกรรมจำเป็นที่ครูผู้สอนจะต้องศึกษาหลักการ แนวคิดหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมชนิดนั้น ๆ เพื่อให้สร้างนวัตกรรมได้อย่างถูกต้องและมีคุณภาพ ในที่นี้จะนำมายกตัวอย่างพอสังเขป เช่น
• หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ จะช่วยให้ครูผู้สอนเข้าใจถึงธรรมชาติการเรียนรู้ของ
นักเรียนสามารถที่จะเลือกเทคนิควิธี กิจกรรม หรือสื่อต่างๆ มาใช้จัดการเรียนการสอนได้เหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละวัย ตัวอย่างเช่น
- ทฤษฎีการเรียนรู้ เป็นส่วนที่จะช่วยให้ครูทราบว่าในเงื่อนไข หรือสภาวการณ์แบบใดนักเรียนจึงจะเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น ทฤษฎีการเรียนรู้ของครู เป็นต้น
• หลักการสอน เป็นหลักการในการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้ซึ่งจะ
ช่วยให้ครูเลือกเทคนิควิธี หรือกิจกรรม หรือสื่อต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับธรรมชาติวิชาและปรัชญาของหลักสูตรนั้น ๆ ได้แก่
- หลักการสอนทั่วไป เช่น การสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การสอนจากง่ายไปหายาก จากส่วนย่อยไปหาส่วนรวมหรือการสอนจากรูปธรรมไปหานามธรรม ฯลฯ
- หลักการสอนเฉพาะกลุ่มประสบการณ์ / รายวิชา เช่น การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา การสอนวิทยาศาสตร์ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา หรือการสอน จริยศึกษาด้วยกระบวนการสร้างค่านิยม ฯลฯ
• หลักจิตวิทยาของนวัตกรรมประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะเลือกนวัตกรรมใดมาใช้จัดการ
เรียน การสอน ครูผู้สอนจำเป็นจะต้องรู้ถึงหลักจิตวิทยาของนวัตกรรม (สื่อ/ วิธีการ) นั้น ๆ เป็นอย่างดี เพื่อจะได้เลือกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม เช่น บทเรียนสำเร็จรูปยึดหลักทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม และทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ เป็นต้น
การหาคุณภาพนวัตกรรม
การหาคุณภาพของนวัตกรรม มีวิธีการดังนี้
1. การตรวจสอบเบื้องต้น เป็นการนำนวัตกรรมที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องที่ทำนวัตกรรมนั้นโดยตรงอย่างน้อย 3 คนตรวจสอบ ถ้าผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คนมีความเห็นสอดคล้องกัน 2 หรือ 3 คน แสดงว่าเนื้อหาและรูปแบบมีความถูกต้อง เที่ยงตรงและครอบคลุมจุดมุ่งหมายที่กำหนดซึ่งการตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะนำไปทดลองใช้นั้นมักจะใช้ค่า IOC ในการพิจารณาคุณภาพของนวัตกรรม
สูตรการคำนวณ IOC =
IOC คือ ดัชนีความสอดคล้อง
R คือ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ
คือ ผลรวมคะแนนของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน
N คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
การกำหนดคะแนนของผู้เชี่ยวชาญอาจจะเป็น +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้
+1 หมายถึง แน่ใจว่าถูกต้อง/สอดคล้อง/ตรงกับจุดประสงค์
0 หมายถึง ไม่แน่ใจ
-1 หมายถึง แน่ใจว่ายังไม่ถูกต้อง/ไม่สอดคล้อง/ไม่ตรง
จุดประสงค์
ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ยอมรับได้ต้องมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
2. การทดลองและพัฒนา เป็นการตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรม ที่ใช้กันโดยทั่วไปและเชื่อถือว่ามีมาตรฐานจะมี 3 ขั้นตอน ดังนี้
2.1 การทดลองแบบ 1 : 1 เป็นการนำนวัตกรรมที่สร้างขึ้นไปทดลองกับนักเรียน 3 คน ที่มีความสามารถแตกต่างกัน คือ เก่ง ปานกลาง และ อ่อน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบ การใช้งานและความสอดคล้องเหมาะสมในด้านต่าง ๆ อย่างละเอียดจากการสังเกตพฤติกรรมการใช้ของนักเรียนและนำมาแก้ไขข้อบกพร่องที่พบให้สมบูรณ์
2.2 การทดลองกลุ่มเล็ก เป็นการนำนวัตกรรมที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้กับนักเรียนตั้งแต่ 5 – 10 คน ที่มีความสามารถแตกต่างกันทั้ง เก่ง ปานกลาง และอ่อน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาขึ้น และนำผลมาแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง
2.3 การทดลองกลุ่มใหญ่ เป็นการนำนวัตกรรมที่สร้างขึ้นไปทดลองกับนักเรียนตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป เพื่อหาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของนวัตกรรม ซึ่งมีเกณฑ์ การพิจารณา ดังนี้
2.3.1 หาเกณฑ์ประสิทธิภาพของนวัตกรรม ซึ่งเกณฑ์ที่ยอมรับว่านวัตกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ คือ ด้านความรู้ ความจำ E1/E2 จะต้องมีค่า 80/80 ขึ้นไป ส่วนในด้านทักษะปฏิบัติ E1/E2 ต้องมีค่า 70/70 ขึ้นไป โดยที่ค่า E1/E2 ต้องไม่แตกต่างกันเกินกว่า ร้อยละ 5
หรือ
E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ
คือ ผลรวมของคะแนนนักเรียนที่ได้จากการวัดระหว่างเรียน
A คือ คะแนนเต็มของแบบวัด
N คือ จำนวนนักเรียน
หรือ
E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ได้จากคะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนทั้งหมด
คือ คะแนนรวมของผลลัพธ์หลังเรียน
B คือ คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียน
2.3.2 หาค่าดัชนีประสิทธิผลของนวัตกรรม โดยการวิเคราะห์จากคะแนนเฉลี่ยที่นักเรียนทำได้กับคะแนนเต็มทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งเกณฑ์การยอมรับว่านวัตกรรมมีประสิทธิผลช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้จริง จะต้องมีค่าตั้งแต่ .50 ขึ้นไป
ค่าดัชนีประสิทธิผล = คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน - คะแนนเฉลี่ยก่อน
คะแนนเต็มหลังเรียน - คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน
ที่มา : คู่มือหลักสูตร “การพัฒนาข้าราชการครูเพื่อให้มีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะ ครูชำนาญการ
พิเศษ” สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, 2550
(เอกสารอัดสำเนา)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น